เมื่อนึกถึงคำว่า “การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้”
ดิฉันมีความคิดเกี่ยวกับคำนี้คือ การประเมินผลพัฒนาการเด็ก คือความรู้ความเข้าใจของครูที่มีต่อพัฒนาการการเรียนรู้ความสนใจและความต้องการของเด็กของแต่ละคน การประเมินผลถือเป็นกระบวนการที่สําคัญและจําเป็นมากในการจัดการเรียนการสอนการประเมิผลพัฒนาการที่ดีควรเป็นไปอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอน ความสนใจและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน
ดิฉันมีความรู้สึกต่อคำนี้คือ เด็กทุกคนนั้นเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะเด็กๆ มักเป็นขวัญใจของทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นขวัญใจ เป็นแก้วตา ดวงใจของคนที่เป็นพ่อและแม่ พ่อและแม่จึงมีความคาดหวังที่จะให้เด็ก ๆ เติบโตเป็นคนที่มีทั้งสุขภาพกายและใจ รวมทั้งเป็นคนดีของสังคม ประสบความสำเร็จในการการดำเนินชีวิต ซึ่งเด็กทุกคนจะสามารถเจริญเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างมีคุณภาพนั้นขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูที่จะเกิดขึ้นโดยเฉพาะใน 3 ปีแรก อันเป็นช่วงชีวิตที่สำคัญ ดังนั้นการอบรมเลี้ยงดูเด็กให้มีพัฒนาการที่ดีนั้น คนเป็นพ่อแม่ต้องมีความรู้เข้าใจในธรรมชาติของเด็ก รู้ความต้องการ รู้พัฒนาการ และขีดความสามารถของแต่ละช่วงวัยที่จะสามารถตอบสนองความต้องการ รวมทั้งการจัดสรรปัจจัยที่เอื้ออำนวยต่อการส่งเสริมพัฒนาการที่เหมาะสม เพราะฉะนั้นพ่อแม่จึงจำเป็นต้องเข้าใจเกี่ยวกับการประเมินเจริญเติบโตและพัฒนาการหรือตระหนักถึงความสำคัญของการประเมินการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็กเล็ก
ประสบการณ์ที่มี่ต่อคำนี้คือ การบันทึกข้อมูลเด็กรายบุคคลทำสังคมมิติจากการออกฝึกSill2การทำบันทึกข้อมูลเด็กรายบุคคลทำให้รู้จักความสามารถที่แท้จริงของเด็ก ทำให้ครูติดตามความก้าวหน้าของเด็กได้อย่างต่อเนื่องอีกทั้งยังช่วยให้ครูประเมินเด็กอย่างครอบคลุมทุกรายการประเมินครูที่ทำบันทึกข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคลจะสามารถช่วยส่งเสริมความสามารถของเด็กหรือให้ความช่วยเหลือเด็กได้อย่างเหมาะสม
บันทึกข้อมูลเด็กทั้งชั้นเรียนและวิเคราะห์ผู้เรียนจากการออกฝึกSill2การทำบันทึกข้อมูลเด็กทั้งชั้นเรียนช่วยให้ครูรู้ว่าเด็กในห้องเรียนที่รับผิดชอบมีความสามารถหรือมีพัฒนาการในแต่ละด้านเป็นอย่างไร
ส่งผลให้ครูสามารถออกแบบการจัดประสบการณ์ได้เหมาะสมกับเด็กในชั้นเรียนมากยิ่งขึ้นอีกทั้งยังแสดงให้เห็นความก้าวหน้าของเด็กทั้งชั้นเรียนการสรุปเช่นนี้ควรทำเป็นระยะอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถนำมาใช้ได้อย่างเหมาะสม
ดิฉันมีความคิดเกี่ยวกับคำนี้คือ การประเมินตามสภาพจริงเป็นการประเมินรอบด้านทั้งด้านกระบวนการในการเรียนรู้
การแก้ปัญหาการทำงานร่วมกัน และแรงจูงใจ ผ่านภาระงาน (Tasks)
ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญในการประเมินที่ช่วยให้ผู้เรียนมีทักษะเพิ่มขึ้นและสามารถเชื่อมโยงไปใช้ในบริบทต่าง
ๆ
ดังนั้นในการประเมินตามสภาพจริงผู้สอนควรกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการวัดประเมินให้ชัดเจน
กำหนดสิ่งที่มุ่งวัดประเมิน พัฒนาการที่เกิดขึ้นหรือสมรรถนะที่แสดงออก
ใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีใด ใครบ้างที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ช่วงเวลาที่วัดประเมิน การเข้าถึงข้อมูลที่มุ่งวัดประเมิน
และเกณฑ์การประเมินเป็นอย่างไร
ดิฉันมีความรู้สึกต่อคำนี้คือ การประเมินตามสภาพจริง
เป็นการประเมินการแสดงออกถึงกระบวนการทำงานผ่านการปฏิบัติ
เพื่อค้นหาศักยภาพหรือคุณลักษณะที่แท้จริงของผู้เรียน โดยใช้กิจกรรม เรื่องราว
เหตุการณ์ สถานการณ์ ภาระงาน ชิ้นงาน ที่นักเรียนได้ประสบในชีวิตประจำวัน
หรือจากงาน/สถานการณ์ที่เป็นจริงในชีวิต (Real Life) ซึ่งเป็นงาน/สถานการณ์ซับซ้อน (Complexity)
เป็นองค์รวม (Holistic) โดยดำเนินการต่อเนื่องตลอดการเรียนการสอน
ผสานทั้งการเรียนการสอน (Teaching) การเรียนรู้ (Learning)
และการประเมิน (Assessing) เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ด้วยเครื่องมือและวิธีการประเมินที่หลากหลาย
มีการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพจากกระบวนการเรียนรู้ (process)
การปฏิบัติงาน (Performance) และผลผลิตที่ได้จากการเรียนรู้
ที่จะช่วยสะท้อนถึงความรู้ ความสามารถ และทักษะต่าง ๆ ที่มีอยู่ในตัวของผู้เรียน
ตลอดจนการนำไปใช้ในการส่งเสริมและพัฒนาจุดแข็งหรือข้อบกพร่องในการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นรายบุคคลได้ตรงจุด
ประสบการณ์ที่มี่ต่อคำนี้คือ จากการที่ดิฉันออกฝึกรายวิชาSill2 การประเมินสภาพจริงด้านการฟังการพูดการอ่านการเขียนของนักเรียน ครูจะประเมินได้จากใบงาน และประเมินพัฒนาการของนักเรียนรายบุคคลตามสภาพจริง โดยมีเครื่องมือดังต่อไปนี้การทำงานร่วมกันประเมินจากชิ้นงานในกลุ่มของนักเรียนการพูดใช้เครื่องมือได้แก่การสัมภาษณ์ สอบถาม
ผู้สอนสามารถประยุกต์ใช้แอปพลิเคชันที่ชื่อว่า Thinglink ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันสำหรับสร้างแหล่งเรียนรู้สำหรับผู้เรียน
สามารถเชื่อมโยงไฟล์ เสียง วิดีโอ แผนที่ ไปยังแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ
ไว้บนภาพเดียวกัน โดยจะเปลี่ยนภาพนิ่งให้เป็นสื่อประสม เชิงโต้ตอบ (Interactive) ที่จะมีฟีเจอร์สำหรับ
เพิ่มภาพประกอบ คำอธิบาย บทความ และลิงก์วีดีโออื่น ๆ เป็นต้น
ทำให้เกิดการเรียนรู้ อย่างมีความหมายและก่อให้เกิดประกายแห่งความคิด สร้างสรรค์
สร้างแรงบันดาลใจในการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านทางรูปภาพ
ซึ่งผู้สอนสามารถบรรจุเนื้อหาข้อมูลจำนวนมากลงในรูปภาพที่มีขนาดเล็กได้
ดิฉันมีความคิดเกี่ยวกับคำนี้คือ แบบทดสอบ
คือ ชุดของคำถามที่สร้างขึ้น เพื่อให้ผู้ถูกทดสอบแสดงพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งออกมาให้ผู้สอบสังเกตได้และวัดได้
แบบทดสอบ เป็นเครื่องมือวัดพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย
ซึ่งถือว่าเป็นสติปัญญาของมนุษย์ว่ามีความรู้หรือไม่เพียงใดที่ซ่อนแฝงอยู่ในตัวบุคคลทั้งในด้านพฤติกรรมความรู้
ความจำ ความเข้าใจ การนำไปใช้ และอื่น ๆ
ดิฉันมีความรู้สึกต่อคำนี้คือ ข้อสอบแบบทดสอบเติมคำ
ข้อดี
1.
เหมาะกับพฤติกรรมความรู้-ความจำ
2.
เหมาะกับวิชาคณิตสาสตร์และวิชาทักษะการคำนวณ
3.
เดาคำตอบได้ยาก
ข้อเสีย
1.
ไม่เหมาะกับการวัดพฤติกรรมระกับสูงๆ
2. ยากในการเขียนเพื่อให้ได้คำตอบเดียว
3.
ถ้าใช้บ่อยๆผู้เรียนจะมุ่งแต่ท่องจำ
ประสบการณ์ที่มี่ต่อคำนี้คือ
จากการสร้างแบบทดสอบนำไปใช้กับเด็กอนุบาลในรายวิชา sill2 โดยใช้แบบทดสอบแบบจับคู่
มีข้อดี ข้อเสียดังนี้
ข้อสอบแบบจับคู่
ข้อดี
1. เหมาะสำหรับความรู้-ความจำที่มีเนื้อหาสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน
การประเมินค่าไม่ได้
2. สามารถวัดพฤติกรรมระดับความเข้าใจและการนำไปใช้ได้
3. ประหยัดเวลาในการอ่านข้อสอบทำให้สามารถออกข้อสอบได้หลายข้อ
ข้อเสีย
1. ใช้วัดพฤติกรรมระดับการสังเคราะห์และการประเมินค่าไม่ได้
2. ยากที่จะหาเนื้อหาที่เป็นเรื่องเดียวกัน
3. โอกาสในการเดาจะถูกเพิ่มขึ้นเรื่อย
ที่มา :พีรพงษ์ เครื่องสนุก./(2558).//แบบทดสอบ. /8พ.ย.,//จาก https://shorturl.asia/zvHrB.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น