วันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2566

สรุปเทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

 

การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย

                       แนวทางการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยตามสภาพจริง

การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยตามสภาพจริงมีแนวทางดังต่อไปนี้

1. ใช้เครื่องมือประเมินที่เหมาะสมกับพัฒนาการและธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย กล่าวคือ ครูต้องศึกษาพัฒนาการทุกด้านของเด็กทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา เพื่อกำหนดตัวบ่งชี้ในเครื่องมือการประเมิน การที่ครูรู้พัฒนาการและเข้าใจจุดหมายการเรียนรู้ที่ชัดเจนและเหมาะสมจะทำให้ครูสามารถประเมินพัฒนาการและผลการเรียนรู้อย่างแท้จริงได้

2. ใช้เครื่องมือในการประเมินที่หลากหลาย การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยควรเป็นการประเมินแบบไม่เป็นทางการ วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลในการประเมินที่เหมาะสมคือ การสังเกตหรือการสนทนากับเด็ก แล้วบันทึกอย่างเป็นระบบ วิธีการบันทึกอาจใช้วิธีการสำรวจรายการ การจดบันทึกพฤติกรรม มาตราส่วนประเมินค่า อาจใช้วิธีการบันทึกวีดิทัศน์ บันทึกเสียง เก็บตัวอย่างงาน หรือใช้แฟ้มสะสมงาน (Portfolio) ทั้งนี้ ครูควรเรียนรู้วิธีใช้เครื่องมือในแต่ละประเภท และเลือกใช้เครื่องการประเมินที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถสะท้อนการเรียนรู้ของเด็กอย่างแท้จริง

3. บูรณาการการสอนกับการประเมิน การประเมินถือเป็นส่วนหนึ่งของการจัดประสบการณ์ การประเมินอย่างต่อเนื่องทำให้ครูทราบพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก เข้าใจเด็ก และรู้ว่าจะพัฒนาเด็กอย่างไรต่อไป งานที่สำคัญของครูในส่วนนี้ คือ ครูต้องทบทวนว่าจะประเมินพัฒนาการตามรายการใด เลือกใช้เครื่องมือประเมินชนิดใด ประเมินในช่วงเวลาใดในกิจกรรมประจำวันที่จัดขึ้น การวางแผนการประเมินที่เหมาะสมและยืดหยุ่นได้จะช่วยให้ครูสามารถจัดประสบการณ์โดยทำการประเมินควบคู่กันไปได้อย่างราบรื่น

4. เน้นที่ความก้าวหน้าของเด็ก ในการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ ครูควรบันทึกสิ่งที่เด็กสามารถทำได้ เพื่อเป็นการประเมินความก้าวหน้าของเด็ก ไม่ควรมุ่งสังเกตสิ่งที่เด็กยังไม่สามารถทำได้ การทราบสิ่งที่เด็กทำได้จะช่วยให้ครูสามารถแนะนำ สนับสนุนให้เด็กก้าวไปสู่พัฒนาการในขั้นที่สูงขึ้นได้ การเน้นที่ความก้าวหน้าของเด็กนี้ถือเป็นการวินิจฉัยและช่วยแก้ปัญหาให้แก่เด็กได้เป็นอย่างดี

5. ให้ความสนใจทั้งกระบวนการและผลผลิต ขณะที่เด็กร่วมกิจกรรมครูควรให้ความสนใจกับกระบวนการในการเรียนรู้ของเด็ก เช่น ขณะที่เด็กกำลังลงชื่อมาโรงเรียน เมื่อครูสังเกตกระบวนการทำงานของเด็ก จะพบว่าเด็กบางคนใช้วิธีคัดลอกชื่อของตนโดยมองจากชื่อที่ปักที่เสื้อ ทำให้ผลงานการเขียนมีลักษณะกลับหัว บางคนอาจเขียนได้อย่างคล่องแคล่วจากความจำของตนเองโดยที่ผลผลิตมีลักษณะใกล้เคียงกับคนที่เขียนโดยการคัดลอกจากแบบที่ครูเตรียมไว้ หากไม่สังเกตกระบวนการย่อมทำให้ครูไม่สามารถให้ความช่วยเหลือเด็กได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตามครูควรให้ความสนใจและควรตรวจสอบทั้งกระบวนการและผลผลิตควบคู่กันไป

6. ประเมินจากบริบทที่หลากหลาย ครูจำเป็นต้องประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กจากบริบทที่หลากหลาย เพื่อให้ได้ผลการประเมินที่ตรงตามสภาพจริงของเด็ก การด่วนสรุปจากบริบทใดบริบทหนึ่งอาจทำให้ไม่ได้ผลการประเมินที่แท้จริง เนื่องจากเด็กอาจจะทำกิจกรรมในบริบทหนึ่งได้ดีกว่าอีกบริบทก็ได้

7. ประเมินเด็กเป็นรายบุคคล การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก ครูต้องเฝ้าสังเกตเด็กแต่ละคน เพื่อให้รู้จักเด็กเป็นรายบุคคล การประเมินเป็นรายบุคคลนอกจากจะทำให้ครูทราบความก้าวหน้าของเด็กแล้ว ยังช่วยให้ครูทราบความสนใจ ทัศนคติ ความคิด ฯลฯ เกี่ยวกับเด็ก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการวางแผนการช่วยเหลือสนับสนุนเด็กได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย

8. ให้เด็กมีโอกาสประเมินตนเอง เด็กควรได้รับการกระตุ้นให้คิดไตร่ตรองเพื่อประเมินความก้าวหน้าของตนเอง การที่เด็กมีส่วนร่วมในการติดตามความก้าวหน้าของตนเอง จะช่วยให้เด็กภูมิใจ และเกิดความต้องการที่จะพัฒนาตนเองต่อไป โดยครูอาจนำแฟ้มสะสมงานของเด็กมาใช้ในการให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการประเมินตนเอง

วิธีการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย

        การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยควรเป็นการประเมินอย่างไม่เป็นทางการ โดยวิธีการที่เหมาะสมในการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย ได้แก่

1. เก็บรวบรวมข้อมูล ครูควรวางแผนการเก็บรวบรวมข้อมูลควบคู่กับการจัดประสบการณ์ โดยเป็นการวางแผนล่วงหน้า ทั้งนี้ วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยมีดังนี้

   1.1 การสังเกตและบันทึกพฤติกรรมหรือคำพูดของเด็ก ครูควรใช้เวลาในการสังเกตและเฝ้าดูเด็ก เพื่อให้ทราบว่าเด็กแต่ละคนมีจุดเด่น ความต้องการ ความสนใจ และต้องการความช่วยเหลือในเรื่องใด ทั้งนี้ ครูต้องกำหนดเวลา แนวทางที่ชัดเจน และจดบันทึกไว้เพื่อนำมาใช้ในวิเคราะห์และสรุป

 1.2 การสนทนากับเด็ก ครูสามารถใช้การสนทนากับเด็กได้ทั้งแบบรายบุคคลและเป็นกลุ่มอย่างสอดคล้องกับกิจวัตรประจำวัน เพื่อประเมินความสามารถในการแสดงความคิดเห็น พัฒนาการด้านการใช้ภาษา ฯลฯ เช่น เมื่อครูเล่านิทานให้เด็กฟังแล้ว ครูอาจถามคำถามให้เด็กแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ฟัง เพื่อให้รู้ความคิดของเด็ก ทั้งนี้ ครูควรจดบันทึกคำพูดของเด็กไว้เพื่อการวิเคราะห์และปรับการจัดประสบการณ์ให้เหมาะสมต่อไป ในกรณีที่ต้องการสนทนากับเด็กเป็นรายบุคคล ครูควรพูดคุยในสภาวะที่เหมาะสม ไม่ทำให้เด็กเครียดหรือเกิดความวิตกกังวล

  1.3 การเก็บตัวอย่างผลงานที่แสดงความก้าวหน้าของเด็ก เป็นวิธีการที่ครูรวบรวมและจัดระบบตัวอย่างผลงานที่แสดงความก้าวหน้าของเด็กจากชิ้นงานที่เด็กสร้างขึ้นในกิจวัตรประจำวัน ครูควรกำหนดจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนในการเก็บรวบรวมผลงาน เช่น เก็บตัวอย่างผลงานการตัดกระดาษที่แสดงการเปลี่ยนแปลงพัฒนาการด้านการตัดกระดาษของเด็กเดือนละ 1 ชิ้นงาน แล้วนำมาจัดรวบรวมไว้อย่างเป็นระบบ เป็นต้น การเก็บสะสมผลงานอย่างต่อเนื่องนี้ ครูต้องประเมินว่าผลงานแต่ละชิ้นแสดงความก้าวหน้าของเด็กอย่างไร ไม่ใช่การนำมาเก็บรวมกันไว้เฉยๆ ครูอาจให้เด็กมีส่วนร่วมในการเลือกและจัดเก็บผลงาน และครูสามารถนำผลงานที่จัดรวบรวมไว้อย่างเป็นระบบมาใช้ในการสื่อสารกับผู้ปกครองให้รับทราบเกี่ยวกับความก้าวหน้าของเด็กด้วย

        วิธีการรวบรวมข้อมูลเพื่อการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กที่ดีต้องใช้วิธีการที่หลากหลาย ไม่ใช่วิธีใดวิธีหนึ่ง โดยให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น พ่อแม่ หรือครูผู้ช่วยมีส่วนร่วมในการรวบรวมข้อมูลด้วย เพราะวิธีการแต่ละวิธีจะมีจุดแข็งและจุดอ่อนที่แตกต่างกัน มีความเหมาะสมกับลักษณะของข้อมูลที่แตกต่างกัน โดยวิธีการที่นำเสนอข้างต้นเป็นวิธีที่ครูต้องฝึกฝนจนมีทักษะในการสังเกตเด็ก พูดคุยกับเด็กและพ่อแม่อย่างเหมาะสม รวมทั้งมีความไวต่อสิ่งที่ควรบันทึกหรือเก็บตัวอย่าง หากครูมีทักษะเหล่านี้ก็จะทำให้การประเมินตรงตามสภาพจริงยิ่งขึ้น  

2. วิเคราะห์และจัดทำบันทึกข้อมูลของเด็ก ครูควรนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมไว้มาวิเคราะห์ และจัดทำบันทึกข้อมูลของเด็ก ทั้งในลักษณะของบันทึกข้อมูลเด็กรายบุคคล และบันทึกข้อมูลเด็กทั้งชั้นเรียน ดังนี้

    2.1 บันทึกข้อมูลเด็กรายบุคคล การทำบันทึกข้อมูลเด็กรายบุคคลจะช่วยให้ครูรู้จักความสามารถที่แท้จริงของเด็ก ทำให้ครูติดตามความก้าวหน้าของเด็กได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยให้ครูประเมินเด็กอย่างครอบคลุมทุกรายการประเมิน ครูที่ทำบันทึกข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคลจะสามารถช่วยส่งเสริมความสามารถของเด็ก หรือให้ความช่วยเหลือเด็กได้อย่างเหมาะสม

    2.2 บันทึกข้อมูลเด็กทั้งชั้นเรียน การทำบันทึกข้อมูลเด็กทั้งชั้นเรียนช่วยให้ครูรู้ว่าเด็กในห้องเรียนที่รับผิดชอบมีความสามารถหรือมีพัฒนาการในแต่ละด้านเป็นอย่างไร ส่งผลให้ครูสามารถออกแบบการจัดประสบการณ์ได้เหมาะสมกับเด็กในชั้นเรียนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังแสดงให้เห็นความก้าวหน้าของเด็กทั้งชั้นเรียน การสรุปเช่นนี้ควรทำเป็นระยะอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถนำมาใช้ได้อย่างเหมาะสม

ที่มา: นฤมล เนียมหอม . (2566 ).การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย, สืบค้นเมื่อ วันที่10 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2566. จาก. https://shorturl.asia/0yqz1

จัดทำโดย นางสาว จุฑามาศ มาลัย  รหัสนักศึกษา 64121860212

นักศึกษา ชั้นปีที่ 3หมู่เรียนที่ 2

วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2566

เด็กน้อยในใจฉัน

 

                                                     เด็กน้อยในใจฉัน 

น้องภูผา:   เด็กชายธนภัทร ยศกลาง 
น้องอายุ:   5 ขวบ ชั้นอนุบาล2 
โรงเรียนบ้านท่าสว่าง ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
บุคลิก:    เป็นคนนิ่งๆ เรียบร้อย น่ารัก 
ลักษณะที่เป็นห่วง :   เพราะน้องภูผาไม่ค่อยกล้าพูดกับเพื่อน ยังฉี่รดที่นอน ไม่กล้าสนทนาบอกกับคุณครู 
จึงเป็นห่วงน้องภูผามากค่ะ 
คุณครูจึงต้องหาเเนวทางในการเเก้ไขปัญหา :  คือ พูดให้ความไว้วางใจกับน้องภูผาให้กล้าสื่อสารบอกกับคุณครู ว่าไม่ต้องกลัว เวลาปวดฉี่ ต้องบอกครู 
ผลปรากฎว่า  :    คุณครูพูดด้วยน้ำเสียงที่ไว้วางใจ น้องภูผา จึงกล้าสนทนากับคุณครูเเละสามารถบอกได้ว่าปวดฉี่เเละไปเข้าห้องน้ำได้ทนเวลา

วันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2566

เข้าเรียนออนไลน์

ครั้งที่1 วันที่ 7/พ.ย/2566

เข้าเรียนออนไลน์ ครั้งที่ 2 4ธ.ค. 2566


เข้าเรียนออนไลน์ ครั้งที่ 3 วันที่ 5 ก.พ. 2567


วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566

ดอกไม้ในใจฉัน

 




                                          ดอกพุดซ้อน

1. ดอกไม้เหมือนเราอย่างไร

ตอบ ประณีต สวยงาม สง่า อ่อนโยนนอบน้อม

2. ดอกไม้ต่างจากเราอย่างไร

ตอบ มีความหมายที่ต่างกัน 

                                         ดอกดาวกระจาย

ดอกไม้ที่หาได้ในความเป็นจริง 

- คือดอกดาวกระจาย

ดอกดาวกระจายนี้เขาพูดกับเราอย่างไร เขียนมาคนละ 5 ข้อ

1. เธอเป็นอย่างไรบ้าง 
2. วันนี้เธอเก่งมากเเล้วนะ
3. ทำวันนี้ให้ดีที่สุดนะ
4. โอบกอดตัวเองไว้นะ
5. อย่าลืมยิ้มเยอะๆนะ

ประเด็นประเมินคือ ความนิยม 

ดอกไม้ที่เห็นในภาพคือ ดอกพุดซ้อน        ดอกไม้จริงที่หาได้คือ ดอกดาวกระจาย

ระดับที่ได้ในการประเมินคือ 3-2-1

อธิบายระดับคุณภาพของการประเมิน

3 หมายถึง ความนิยม
2 หมายถึง ความนิยมปานกลาง
1 หมายถึง ความนิยมน้อย



ระดับที่ได้ในการประเมินคือ   ดอกพุดซ้อน           ระดับ 1 

                                                  ดอกดาวกระจาย     ระดับ 3


Portfolio


 




















เเบบฝึกคิด

 

เมื่อนึกถึงคำว่า การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้

ดิฉันมีความคิดเกี่ยวกับคำนี้คือ การประเมินผลพัฒนาการเด็ก คือความรู้ความเข้าใจของครูที่มีต่อพัฒนาการการเรียนรู้ความสนใจและความต้องการของเด็กของแต่ละคน การประเมินผลถือเป็นกระบวนการที่สําคัญและจําเป็นมากในการจัดการเรียนการสอนการประเมิผลพัฒนาการที่ดีควรเป็นไปอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอน ความสนใจและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน

ดิฉันมีความรู้สึกต่อคำนี้คือ เด็กทุกคนนั้นเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะเด็กๆ มักเป็นขวัญใจของทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นขวัญใจ เป็นแก้วตา ดวงใจของคนที่เป็นพ่อและแม่ พ่อและแม่จึงมีความคาดหวังที่จะให้เด็ก ๆ เติบโตเป็นคนที่มีทั้งสุขภาพกายและใจ รวมทั้งเป็นคนดีของสังคม ประสบความสำเร็จในการการดำเนินชีวิต ซึ่งเด็กทุกคนจะสามารถเจริญเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างมีคุณภาพนั้นขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูที่จะเกิดขึ้นโดยเฉพาะใน 3 ปีแรก อันเป็นช่วงชีวิตที่สำคัญ ดังนั้นการอบรมเลี้ยงดูเด็กให้มีพัฒนาการที่ดีนั้น คนเป็นพ่อแม่ต้องมีความรู้เข้าใจในธรรมชาติของเด็ก รู้ความต้องการ รู้พัฒนาการ และขีดความสามารถของแต่ละช่วงวัยที่จะสามารถตอบสนองความต้องการ รวมทั้งการจัดสรรปัจจัยที่เอื้ออำนวยต่อการส่งเสริมพัฒนาการที่เหมาะสม เพราะฉะนั้นพ่อแม่จึงจำเป็นต้องเข้าใจเกี่ยวกับการประเมินเจริญเติบโตและพัฒนาการหรือตระหนักถึงความสำคัญของการประเมินการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็กเล็ก

ประสบการณ์ที่มี่ต่อคำนี้คือ  การบันทึกข้อมูลเด็กรายบุคคลทำสังคมมิติจากการออกฝึกSill2การทำบันทึกข้อมูลเด็กรายบุคคลทำให้รู้จักความสามารถที่แท้จริงของเด็ก ทำให้ครูติดตามความก้าวหน้าของเด็กได้อย่างต่อเนื่องอีกทั้งยังช่วยให้ครูประเมินเด็กอย่างครอบคลุมทุกรายการประเมินครูที่ทำบันทึกข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคลจะสามารถช่วยส่งเสริมความสามารถของเด็กหรือให้ความช่วยเหลือเด็กได้อย่างเหมาะสม

บันทึกข้อมูลเด็กทั้งชั้นเรียนและวิเคราะห์ผู้เรียนจากการออกฝึกSill2การทำบันทึกข้อมูลเด็กทั้งชั้นเรียนช่วยให้ครูรู้ว่าเด็กในห้องเรียนที่รับผิดชอบมีความสามารถหรือมีพัฒนาการในแต่ละด้านเป็นอย่างไร ส่งผลให้ครูสามารถออกแบบการจัดประสบการณ์ได้เหมาะสมกับเด็กในชั้นเรียนมากยิ่งขึ้นอีกทั้งยังแสดงให้เห็นความก้าวหน้าของเด็กทั้งชั้นเรียนการสรุปเช่นนี้ควรทำเป็นระยะอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถนำมาใช้ได้อย่างเหมาะสม

     เมื่อนึกถึงคำว่า การประเมินตามสภาพจริง

ดิฉันมีความคิดเกี่ยวกับคำนี้คือ  การประเมินตามสภาพจริงเป็นการประเมินรอบด้านทั้งด้านกระบวนการในการเรียนรู้ การแก้ปัญหาการทำงานร่วมกัน และแรงจูงใจ ผ่านภาระงาน (Tasks) ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญในการประเมินที่ช่วยให้ผู้เรียนมีทักษะเพิ่มขึ้นและสามารถเชื่อมโยงไปใช้ในบริบทต่าง ๆ ดังนั้นในการประเมินตามสภาพจริงผู้สอนควรกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการวัดประเมินให้ชัดเจน กำหนดสิ่งที่มุ่งวัดประเมิน พัฒนาการที่เกิดขึ้นหรือสมรรถนะที่แสดงออก ใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีใด ใครบ้างที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ช่วงเวลาที่วัดประเมิน การเข้าถึงข้อมูลที่มุ่งวัดประเมิน และเกณฑ์การประเมินเป็นอย่างไร

ดิฉันมีความรู้สึกต่อคำนี้คือ การประเมินตามสภาพจริง เป็นการประเมินการแสดงออกถึงกระบวนการทำงานผ่านการปฏิบัติ เพื่อค้นหาศักยภาพหรือคุณลักษณะที่แท้จริงของผู้เรียน โดยใช้กิจกรรม เรื่องราว เหตุการณ์ สถานการณ์ ภาระงาน ชิ้นงาน ที่นักเรียนได้ประสบในชีวิตประจำวัน หรือจากงาน/สถานการณ์ที่เป็นจริงในชีวิต (Real Life) ซึ่งเป็นงาน/สถานการณ์ซับซ้อน (Complexity) เป็นองค์รวม (Holistic) โดยดำเนินการต่อเนื่องตลอดการเรียนการสอน ผสานทั้งการเรียนการสอน (Teaching) การเรียนรู้ (Learning) และการประเมิน (Assessing) เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ด้วยเครื่องมือและวิธีการประเมินที่หลากหลาย มีการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพจากกระบวนการเรียนรู้ (process) การปฏิบัติงาน (Performance) และผลผลิตที่ได้จากการเรียนรู้ ที่จะช่วยสะท้อนถึงความรู้ ความสามารถ และทักษะต่าง ๆ ที่มีอยู่ในตัวของผู้เรียน ตลอดจนการนำไปใช้ในการส่งเสริมและพัฒนาจุดแข็งหรือข้อบกพร่องในการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นรายบุคคลได้ตรงจุด

ประสบการณ์ที่มี่ต่อคำนี้คือ  จากการที่ดิฉันออกฝึกรายวิชาSill2 การประเมินสภาพจริงด้านการฟังการพูดการอ่านการเขียนของนักเรียน ครูจะประเมินได้จากใบงาน และประเมินพัฒนาการของนักเรียนรายบุคคลตามสภาพจริง โดยมีเครื่องมือดังต่อไปนี้การทำงานร่วมกันประเมินจากชิ้นงานในกลุ่มของนักเรียนการพูดใช้เครื่องมือได้แก่การสัมภาษณ์ สอบถาม

ผู้สอนสามารถประยุกต์ใช้แอปพลิเคชันที่ชื่อว่า Thinglink ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันสำหรับสร้างแหล่งเรียนรู้สำหรับผู้เรียน สามารถเชื่อมโยงไฟล์ เสียง วิดีโอ แผนที่ ไปยังแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ไว้บนภาพเดียวกัน โดยจะเปลี่ยนภาพนิ่งให้เป็นสื่อประสม เชิงโต้ตอบ (Interactive)  ที่จะมีฟีเจอร์สำหรับ เพิ่มภาพประกอบ คำอธิบาย บทความ และลิงก์วีดีโออื่น ๆ เป็นต้น ทำให้เกิดการเรียนรู้ อย่างมีความหมายและก่อให้เกิดประกายแห่งความคิด สร้างสรรค์ สร้างแรงบันดาลใจในการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านทางรูปภาพ ซึ่งผู้สอนสามารถบรรจุเนื้อหาข้อมูลจำนวนมากลงในรูปภาพที่มีขนาดเล็กได้

 เมื่อนึกถึงคำว่า แบบทดสอบ

ดิฉันมีความคิดเกี่ยวกับคำนี้คือ  แบบทดสอบ คือ ชุดของคำถามที่สร้างขึ้น เพื่อให้ผู้ถูกทดสอบแสดงพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งออกมาให้ผู้สอบสังเกตได้และวัดได้ แบบทดสอบ เป็นเครื่องมือวัดพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย ซึ่งถือว่าเป็นสติปัญญาของมนุษย์ว่ามีความรู้หรือไม่เพียงใดที่ซ่อนแฝงอยู่ในตัวบุคคลทั้งในด้านพฤติกรรมความรู้ ความจำ ความเข้าใจ การนำไปใช้ และอื่น ๆ

ดิฉันมีความรู้สึกต่อคำนี้คือ ข้อสอบแบบทดสอบเติมคำ

ข้อดี

1. เหมาะกับพฤติกรรมความรู้-ความจำ

2. เหมาะกับวิชาคณิตสาสตร์และวิชาทักษะการคำนวณ

3. เดาคำตอบได้ยาก

ข้อเสีย

1. ไม่เหมาะกับการวัดพฤติกรรมระกับสูงๆ

2. ยากในการเขียนเพื่อให้ได้คำตอบเดียว

3. ถ้าใช้บ่อยๆผู้เรียนจะมุ่งแต่ท่องจำ

ประสบการณ์ที่มี่ต่อคำนี้คือ  

จากการสร้างแบบทดสอบนำไปใช้กับเด็กอนุบาลในรายวิชา sill2 โดยใช้แบบทดสอบแบบจับคู่

มีข้อดี ข้อเสียดังนี้

ข้อสอบแบบจับคู่

ข้อดี

1. เหมาะสำหรับความรู้-ความจำที่มีเนื้อหาสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน การประเมินค่าไม่ได้

2. สามารถวัดพฤติกรรมระดับความเข้าใจและการนำไปใช้ได้

3. ประหยัดเวลาในการอ่านข้อสอบทำให้สามารถออกข้อสอบได้หลายข้อ

ข้อเสีย

1. ใช้วัดพฤติกรรมระดับการสังเคราะห์และการประเมินค่าไม่ได้

2. ยากที่จะหาเนื้อหาที่เป็นเรื่องเดียวกัน

3. โอกาสในการเดาจะถูกเพิ่มขึ้นเรื่อย

ที่มา :พีรพงษ์ เครื่องสนุก./(2558).//แบบทดสอบ. /8..,//จาก https://shorturl.asia/zvHrB.

 

แบบประเมิน BLOG รายบุคคล

                                 แบบประเมิน BLOG รายบุคคล                               ลิ้งค์ประเมิน BLOG รายบุคคล นางสาว จุฑามาศ มาลัย htt...